วิธีเลือก SD card

posted on 20 Feb 2007 23:20 by tang-mae in Other
SD card / mini SD และ Micro SD เลือกซื้ออย่างไรดี

ช่วงนี้ PDA Phone ออกใหม่กันเพียบ ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงจะต้องมีปัญหาคาใจเกี่ยวกับเรื่อง SD Card / Mini SD หรือแม้แต่เครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ Micro SD ปัญหาที่ว่านั้นก็คือ ไม่รู้จะเลือกซื้อ Card พวกนี้อย่างไรดี

หากจะเชื่อแต่คนขายก็คงไม่ไหว เชียร์กันแบบแต่ละร้านให้ข้อมูลไม่เหมือนกันสักร้าน และยิ่งสมัยนี้มีหลากรุ่นให้เลือกด้วย วันนี้ผมเลยขอนำข้อมูลที่ผมไปสืบค้นนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยต้นฉบับนั้นเป็นแหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษแต่เพื่อความง่ายต่อการเข้าใจเลยขอนำมาเล่าต่อเป็นภาษาไทยก็แล้วกัน

SD คืออะไร

คำว่า SD card หรือ SD เฉยๆ ที่เรียกกันจนติดปากนั้น มันย่อมาจาก Secure Digital เป็นสื่อเป็บข้อมูลที่ได้รับความนิยมมาก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยจะ secure แบบชื่อก็ตาม สำหรับ SD Card นั้นมันก็คือ nand flash memory

NAND Flash ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยเก็บข้อมูลขนาดกลาง สำหรับกล้องถ่ายรูปดิจิตอล, โทรศัพท์มือถือ และ PDA คุณลักษณะของ NAND Flash ROM คือ มีราคาถูก เก็บข้อมูลได้มาก และมีอายุการใช้งานได้นานกว่า NOR Flash ROM แบบเดิมถึง 10 เท่า

ในส่วนของข้อด้อยของ NAND Flash ROM คือ มีความเร็วในการจัดการข้อมูลช้ากว่า เพราะเป็นโครงสร้างการจัดการแบบ execute in place (XIP) กล่าวคือ กระบวนการทำงานของเครื่องที่ใช้ NAND Flash ROM จำเป็นจะต้องอ่านข้อมูลจาก NAND Flash ROM ก่อน แล้วค่อยเรียกขึ้นไปทำงาน คล้ายกับการทำงานของฮาร์ดดิสในเครื่องพีซีเดสค์ทอป และ main memory

ดังนั้น ส่วนของ main memory ที่ใช้ NAND Flash ROM จำเป็นจะต้องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เพื่อใช้สำรองระบบการจัดการข้อมูลแบบนี้ จึงทำให้พื้นที่ของส่วนความจำเพื่อใช้เก็บโปรแกรมและข้อมูลอื่นๆ จะเหลือน้อยลง

สำหรับข้อดีของ SD Card ก็คือ ไม่มีส่วนของการเคลื่อนไหวของกลไกต่างๆใน card จึงสามารถทำตกได้โดยไม่เสียหาย และไม่ต้องอาศัยพลังงานใดๆ ไปหล่อเลี้ยงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น SD Card, Mini SD หรือ Micro SD มันก็คือหลักการเดียวกัน การทำงานเหมือนกันแต่จะต่างกันที่ขนาดรูปร่าง เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ของอุปกรณ์ที่จะใช้งานร่วม

ความจุมีความสำคัญหรือไม่

ในขณะนี้ card ส่วนมากจะมีทำขนาดรองรับมากถึง 2 GB กันแล้วแต่เรื่องของความจุของขนาด Card นั้น ไม่มีผลใดๆ ต่อการทำงานภายนอกจากได้พื้นที่การใส่ข้อมูลเพิ่มขึ้น และเราก็ต้องจ่ายเงินแพงขึ้นด้วย

ในส่วนเรื่องของความเร็วไม่ว่า Card จะมีพื้นที่ความจุเล็กหรือใหญ่นั้นไม่มีผลต่อ speed การทำงานเลยครับ ส่วน 4GB ก็มีออกมาแล้วเพียงแต่เครื่องยังไม่รองรับเท่านั้นเอง

Card และ Card reader ส่วนใหญ่นั้นรองรับการทำงานที่ version 1.1 ในปัจจุบันมี Version ที่ 2.0 ออกมาแล้วเพียงแต่เครื่องในแบบ Windows Mobile ยังไม่รองรับ SD 2.0 เท่านั้นเอง

เกี่ยวกับความเร็ว

SD Card ในปัจจุบันมมีการพัฒนาเรื่อง Speed ความเร็วของข้อมูล โดยจะเห็นว่าเวลาเราไปซื้อตามร้านจะมี SD Card แบบ Hi Speed ให้เลือกในราคาที่สูงกว่า โดยชื่อของ Card พวก Hi Speed เหล่านี้ก็ตั้งกันแล้วแต่จะเรียกไม่ว่าจะเป็น Ultra, 133x, High Speed ซึ่งมันไม่มีมาตราฐานใดๆ ออกมารับรอง แล้วแต่ทางบริษัทของผู้จำหน่ายจะทำตลาด แล้วก็ตั้งชื่อให้ดูเหมือนว่ามันทำงานเร็วและแตกต่างกว่า SD Card แบบธรรมดา

ดังนั้น คงไม่สามารถบอกได้ว่า Ultra จะเร็วกว่า High Speed หรือไม่แต่ที่แน่ๆ ก็คือ หากเปรียบเทียบ SD Card แบบ ธรรมดากับพวก SD Card ความเร็วสูงนั้นมันทำงานต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น หากการโอนถ่ายข้อมูลด้วย card ธรรมดาอาจจะใช้เวลา สัก 80 วินาที แต่พอมาใช้ SD card แบบความเร็วสูง การโอนถ่ายข้อมูลในขนาดความจุเดียวกันก็จะเหลือที่ประมาณ 30 วินาที

ข้อดีของ card ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงก็คือ การแสดงผลต่างๆ ก็จะทำเร็วขึ้น การบันทึกข้อมูลก็เร็วขึ้น การโอนถ่ายข้อมูลก็เร็วขึ้น SD Card จะกินพลังงานไฟจากเครื่องก็ในช่วงที่มีการโอนถ่ายหรือเรียกใช้ข้อมูลภายใน card

ดังนั้น ข้อดีอีกอย่างสำหรับ Card ที่ความเร็วสูงก็คือ พอเราโอนถ่ายข้อมูลด้วยเวลาอันสั้นเครื่องก็จะพลังงานไปกับการอ่านข้อมูลสั้นไปด้วยทำให้ประหยัดไฟมากขึ้น

SD Card ทำงานอย่างไร

ภายใน SD card จะมี microcontroller ขนาดเล็กคล้ายกับการทำงานของ CPU ทำหน้าที่คอยดูแลและติดต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ SD Card ในขณะนั้น เช่น PDA Phone หรือ โทรศัพท์มือถือ โดย microcontroller จะทำหน้าที่จัดการเรื่องข้อมูลต่างๆ ที่ถูกอ่านและถูกเขียนของใน Flash โดย CPU หรือ microcontroller จะทำงานเฉพาะในช่วงที่มีการใช้งานข้อมูลใน card เท่านั้น

การทำงานของ SD Card จะเร็วหรือช้านั้นก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของ CPU ในเครื่อง PDA Phone หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ด้วย เช่น เมื่อมีการใช้งาน SD Card บน โทรศัพท์ ตัวโทรศัพท์จะส่งข้อมูลแจ้งไปยัง SD card ว่า microcontroller นั้น สามารถรองรับความเร็วสูงสุดที่เท่าไร ก็ให้ใช้ความเร็วนั้น เพราะฉะนั้นหาก clock ของโทรศัพท์ยิ่งเร็ว การทำงานของ card ก็จะเร็วตามไปด้วย โดยข้อมูลจะถูกส่งในแต่ละวินาทีได้รวดเร็วขึ้น

หากเกิดเครื่อง Hang ขณะใช้งานจะมีผลต่อ card หรือไม่

บ่อยครั้งที่ขณะทำงานเรียกใช้ข้อมูลอยู่บน card แล้วเกิดเครื่องค้างซึ่งจำเป็นต้องปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่หรือ reset เครื่อง ซึ่งในกรณ๊นี้ก็คงจะสงสัยนะครับว่าข้อมูลใน card จะเกิดอะไรขึ้น

ในกรณีนี้ card จะมีระบบป้องกันอยู่หากเกิดเปิดเครื่องใหม่แล้วใส่ card คนละอันเครื่องก็จะทำการเช็คว่าเป็น card อันเดียวกันกับก่อนหน้าหรือไม่หากไม่ใช่ ก็จะไม่ทำการโหลดข้อมูลกลับมาแล้วก็ทำการปิดไฟล์ที่ทำงานค้างนั้นอยู่ไป

สำหรับช่วงเวลาที่ card จะรอคำสั่งในการเช็คว่าใช่อันก่อนหน้าที่ทำงานอยู่หรือไม่ หากไม่ใช่ก็จะให้เวลาเพียงช่วงหนึ่งก่อนที่จะปิดการทำการและรับคำสั่งใหม่ ซึ่งเวลาที่หยุดรอเช็คและไม่โหลดคำสั่งที่ผิดพลาดลงไปนั้น เราก็จะเรียกว่า PnPUnloadDelay และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเครื่องบางเครื่องใส่ card ปุ๊ปแล้วเปิดไม่ทันที ต้องมีเวลาหน่วงอยู่สักแป๊ป นั่นก็คือ PnPUnloadDelay หากจะว่าง่ายๆ ตามประสาชาวบ้านก็คือ เช็คให้ชัวร์ก่อน ก่อนที่จะเปิดรอคำสั่ง

from Mr.Palm


edit @ 2007/02/20 23:22:18

edit @ 24 Feb 2010 00:51:39 by Tang-mae

Tags: card, sd 3 Comments

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่า sd ย่อมาจากคำว่าSecure Digital
ปรกติมีหน้าที่ใช้อย่างเดียว

#3 By 김용훈★ on 2007-06-18 10:13

มีสาระดีมากเลยครับ

#2 By MyDeawAdd on 2007-06-15 14:03

โอ้ เข้าใจแล้วค่ะ

#1 By Sorry on 2007-02-21 22:05