ตกใจกับข้อมูลนี้ครับ เลยเอามาให้อ่านกัน
ขอขอบคุณข้อมูล จาก web ADSL COOL

ที่จริง ผมเคยเขียนไปแล้วครั้งหนึ่งว่า "ไอเอสพี" (Internet Service Provider) หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย จะเหลือไม่ถึง 5 ราย โดยรายที่จะอยู่รอดจากนี้ไป จะต้องมี เครือข่าย หรือเน็ตเวิร์คทั้งแบบสาย และไร้สายของตัวเอง

คนที่คิดจะยืมสายเคเบิลจากทีโอที, ทรู, ทีทีแอนด์ที, หรือผู้ให้บริการมือถือมาใช้ คงจะอยู่ได้อีกระยะหนึ่ง จากนั้นก็ออกจากตลาดไป เพราะมีต้นทุนที่สู้คนอื่นไม่ได้ และอาวุธไม่ครบเครื่อง

ส่วนผู้ให้บริการมือถือรายไหน ที่ยังฝันหวานอยู่กับ 3จี ผมคิดว่า อีกไม่นานก็จะออกจากตลาดไปเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า 3จี ไม่เก่ง ไม่เร็วพอสำหรับโลกดิจิทัล คอนเทนท์เทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับเน็ตความเร็วสูง แบบไร้สาย ควรจะเป็นไวแม็กซ์หรือเทคโนโลยีที่ดีกว่า เร็วกว่านี้เท่านั้น

ล่าสุดบริษัท "Sprint Nextel" ผู้ให้บริการมือถืออันดับ 3 ของอเมริกา ประกาศเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทตนจะทุ่มการพัฒนาบริการมือถือและเน็ตไร้สายผ่านเทคโนโลยีไวแม็กซ์มากกว่าจะใช้ 3จี โดยให้เหตุผลว่าระบบ ไวแม็กซ์เร็วกว่า 5 เท่า ราคาถูกกว่า 5 เท่า นอกจากนี้ยังเป็นระบบเปิดมากกว่า ทำให้มีผู้ร่วมพัฒนาได้จำนวนมาก

ผมคิดว่าเอดจ์ (EDGE) หรือยุค 2.75จี (ไม่ถึงกับ 3จี) น่าจะเป็นยุคสุดท้ายของโทรศัพท์มือถือจากฝั่งยุโรปครับ ยุคต่อไป ต้องเป็น ไวแม็กซ์จากค่ายอเมริกามากกว่า (ใครจะยอมซื้อไลเซ่นส์แพงๆ และผูกขาดจากบริษัทเทเลคอมจากยุโรปได้อีก)

ดังนั้นอย่าแปลกใจเมื่อโนเกีย ประกาศรวมแผนกเน็ตเวิร์คของตน เข้ากับบริษัทซีเมนส์ เพราะรู้ว่าจะสู้ฝั่งอเมริกาไม่ได้ในเร็วๆ นี้ (อ้อ..ผมจึงอยากให้ กทช. บ้านเราทำงานเร็วกว่านี้ เพราะตอนนี้ได้ข่าวว่าเวียดนามกำลังจะเปิดให้บริการเรื่อง ไวแม็กซ์แล้วครับ)

กลับมามุมมองเรื่องไอเอสพีต่อครับ ผมคิดว่าไอเอสพีไทยจำนวนมากคงต้องปิดตัวไป อีกจำนวนหนึ่งจำต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยแปลงเป็นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์บ้าง (รับฝากเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์) ธุรกิจให้บริการข่าวบริการข้อมูลบ้าง แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือ เปลี่ยนจากธุรกิจไอเอสพี เป็นธุรกิจให้บริการแอพพลิเคชั่น หรือ เอเอสพี (ASP - Application Service Provider)

เอเอสพีบ้านเรา มีทั้งเป็นไอเอสพีโดยกำเนิด และที่เป็นบริษัทชำนาญซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เช่น ชำนาญเรื่องอีเมล ชำนาญเรื่องออกแบบเวบ เป็นต้น

บริการที่บริษัทเอเอสพีบ้านเราเก่งก็คือ อีเมลโฮสติ้ง เวบโฮสติ้ง บริการเฝ้า และบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ บริการออกแบบและบริหารเวบไซต์ เป็นต้น

ที่เก่งไปกว่านั้น ก็จะเริ่มให้บริการพิเศษ เช่น บริการป้องกันไวรัสและสแปมเมล์ บริการซอฟต์แวร์ซีอาร์เอ็ม, ซอฟต์แวร์บริหารการขาย, โปรเจคแมนเนจเมนต์, บัญชี, และซอฟต์แวร์บริหารบุคคล เป็นต้น โดยมีข้อสังเกตว่า แต่ละไอเอสพี จะเก่งคนละโมดูล ไม่ได้เก่งทั้งหมดทุกโมดูล

อย่างไรก็ตาม โลกของเอเอสพีจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ หันมาทำตลาดในส่วนนี้ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ๆ ให้ตัวเอง และเพื่อป้องกัน กูเกิล แย่งส่วนแบ่งตลาด เป็นที่ทราบกันว่า กูเกิล รุกบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ไม่หยุด โดยโมเดลทางธุรกิจของกูเกิล แตกต่างกับบริษัทซอฟต์แวร์อื่นๆ โดยสิ้นเชิง

โมเดลทางธุรกิจของกูเกิล สนใจเรื่องรายได้จากการ (ประมูล) ขายโฆษณา ไม่ใช่รายได้จากการซื้อหรือเช่าใช้ซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ ยังเปิดทางสร้างพันธมิตร ให้มาทำธุรกิจรายล้อมกูเกิลได้อีกด้วย ทำให้กูเกิลเป็นระบบเปิด และมีพันธมิตรประเภท associate มาก กล่าวคือ มีคนจำนวนมาก สามารถทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกูเกิลได้ คล้ายวิธีการทำตลาดของอีเบย์ ที่ร่วมด้วยช่วยกันกับผู้คนบนเน็ต ในการขายสินค้า ไม่ใช่หาสินค้าเองขายเอง แบบรวบไว้คนเดียวเหมือน อะเมซอน.คอม

กูเกิล มีทั้งเสิร์ชเอนจิ้นที่ดีที่สุดในโลก มีแผนที่โลก ห้องสมุดดิจิทัล และล่าสุด ราวเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กูเกิลเปิดให้บริการสเปรดชีทบนอินเทอร์เน็ตฟรี ในขณะที่เดือนมีนาคมต้นปี กูเกิลเพิ่งซื้อบริษัทบริการเวิร์ดบนออนไลน์ที่ชื่อว่า Writely มา

สรุปก็คือ ซอฟต์แวร์ที่เคยซื้อหากันแพงๆ หรือที่ผิดกฎหมายก็ตาม ตอนนี้สามารถใช้ฟรีบนเน็ตได้แล้ว ที่สำคัญ ผู้คนไม่จำเป็นต้องมีแผ่นซีดีรอมประจำตัว และไม่ต้องมีคู่มือการใช้ซอฟต์แวร์หนาๆ ไว้ข้างกายอีกต่อไปแล้ว เพราะซอฟต์แวร์บนเน็ตของกูเกิล ใช้งานง่ายมากกว่าที่คิด (พรุ่งนี้ คนไทยจะละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์น้อยลง เพราะหันไปใช้ซอฟต์แวร์ออนไลน์จากกูเกิลมากขึ้น !!)

และนี่คือเหตุผลที่บริษัทไมโครซอฟท์ จำต้องขยับตัวครั้งใหญ่ และมีการวางตัวนาย "เรย์ ออสซี่" ขึ้นมาเป็นว่าที่ ซีอีโอ คนใหม่ของไมโครซอฟท์ เพราะชำนาญเรื่องเอเอสพี หรือบริการแอพพลิเคชั่นผ่านเน็ตมากกว่า

ต้นปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ประกาศนโยบาย software as a service อย่างชัดเจน โดยมี Microsoft Office Live เป็นเรือธง (ยังเป็น beta ให้คนอเมริกาใช้ฟรีอยู่) กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไมโครซอฟท์กำลังเป็น เอเอสพีรายใหม่ และรายใหญ่ของโลกไปแล้ว

"Office Live" ประกอบด้วยบริการ 3 ชนิด ให้บริการตั้งแต่อีเมลโฮสติ้ง เวบโฮสติ้ง จดโดเมนให้ฟรี พร้อมเครื่องมือการออกแบบเวบไซต์ง่ายๆ (น่าใช้มากครับ) พร้อมโปรแกรมตรวจจับสถิติการเยี่ยมชมเวบไซต์ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสำเร็จรูปบนออนไลน์อีก 5 ประเภทให้ใช้ ซึ่งรับรองว่าเอสเอ็มอีบ้านเรา ต้องสนใจเป็นแน่แท้

ได้แก่ ซอฟต์แวร์บริการการขายและการตลาด, ซอฟต์แวร์บริหารข้อมูลองค์กรและจัดตารางการประชุม, ซอฟต์แวร์บริหารลูกค้า, ซอฟต์แวร์บริหารโปรเจคและกระจายงาน และซอฟต์แวร์บริหารบุคคล

และนี่คือเหตุผลที่ว่า เอเอสพีบ้านเรากำลังจะแย่ หากไม่ปรับตัวให้เก่งกว่า มีคุณค่ามากกว่า

ผมว่าโลกของ "Web Economics" ทำให้โมเดลทางธุรกิจดั้งเดิมปั่นป่วนครับ ผู้ประกอบการต้องหมั่นทบทวนโมเดลทางธุรกิจใหม่ตลอดเวลา และแสวงหาจุดยืนใหม่อย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะไม่มีที่ให้ยืนครับ

edit @ 24 Feb 2010 00:57:08 by Tang-mae

Comment

Comment:

Tweet

ก็ต้องรอดูกันล่ะครับ แต่แนวโน้มที่คนจะเอางาน go online นี่มันเยอะขึ้นมากจริงๆครับ

#1 By nora on 2006-12-27 00:45